มหาภาระตะ 的个人资料C l o s i n g...Pin照片日志列表更多 ![]() | 帮助 |
|
C l o s i n g...Pin::: เพียงคุณเข้ามาทักเข้ามาชม เราก็แอบนิยมคุณอยู่ในใจ :::
3月14日 ศิลปากร ฉันรักเธอดึกแล้ว นั่งพับผ้าเป็นตั้งสูง เก็บใส่กระเป๋า ดึกแล้ว ดูรูปเก่าๆเก็บใส่ถุง ถุงของความทรงจำ ดึกแล้ว เรียบชีท อันนิ้งไป หรือเก็บให้น้องดีกว่านะ ดึกแล้ว เก็บเลคเช่อร์ เอาไว้อ่านตอนสอบเข้าทำงาน ดึกแล้ว นอนนึก ใครกันนะคือเพื่อนคนแรก ดึกแล้ว นอนไม่หลับ คิดถึงวีรกรรมทำให้อาจารย์
เช้าแล้ว วันนี้ไม่ต้องตื่นไปเรียนแล้วซินะ เช้าแล้ว ไปใส่บาตรที่โรงอาหารดีกว่า เช้าแล้ว ขี่มอเตอร์ไซด์แล้วรับบัตร ขอบัตรเป็นที่ระลึกได้มั้ยเนี่ย เช้าแล้ว อ้าว...ตุ๊ดตู่ มาได้ไง ตกใจหมดเลย! เช้าแล้ว สระแก้วเธอสวยขึ้นทุกวัน เช้าแล้ว เดินนับต้นลั่นทม บาน หอม งามนักแม้จะอยู่บนพื้น
หิวแล้ว จะไปร้านไหนดี ข้าว 15 บาท น้ำเปล่าใส่โหลละบาท ฝรั่ง 5 บาท กล้วยทอด 5 บาท ที่สีลม สยามหรือพารากอนคงไม่มี อืมม..อร่อย อิ่ม ยี่สิบหกบาท สารอาหารครบทั้งห้าหมู่
ได้เวลาแล้วสินะ ลาก่อนรถตู้ ที่ฉันเคยนั่งไปเมเจอร์ ลาก่อนคุณยาม ที่ยืนแจกบัตรให้ฉันทุกวัน ลาก่อนลานเปตอง ที่เพื่อนฉันหลายคนเรียนวิชานี้ ลาก่อนส้มตำไชยเชษฐ์ ที่ฉันชอบนั่งเสื่อมากกว่าตั้งโต๊ะ ลาก่อนโรงละคร ที่เพื่อนฉันเป็นทั้งตัวเอกและตัวร้าย ลาก่อนศึกษาศาสตร์ ที่ทำให้ฉันรู้จักหม่อมหลวงปิ่น มาลากุล ก่อนโรงเรียนสาธิต ที่ทำให้ฉันมีที่ไหว้พระพิฆเณศวร ลาก่อนศูนย์พัฒนาเด็ก ที่ทำให้ฉันนึกถึงน้องเล็กที่บ้าน ลาก่อนเอสอง ที่เป็นที่พักผ่อนเมื่อผ่านไปทางนี้ ลาก่อนศูนย์ศิลปะฯ ที่ทำให้ฉันรู้จักงานศิลปะชิ้นงาม ลาก่อนวังสนามจันทร์ ที่ทำให้ฉันเป็นหนึ่งในประวัติศาสตร์งาน 100 ปี ลาก่อนหอพักชายหอพักหญิง ที่ทำให้พวกเรามาพบกัน ลาก่อนคณะวิทยาศาสตร์ ที่ฉันชอบเดินในงานสัปดาห์วิทยาศาสตร์ ลาก่อนคณะเภสัชศาสตร์ ที่ฉันชอบแอบไปดูต้นไม้ที่หลังคณะ ลาก่อนคณะวิศวกรรมศาสตร์ ที่ฉันชอบขี่รถจักรยานผ่านไปมา ลาก่อนคณะอักษรศาสตร์ ที่ทำให้ฉันรู้จักเพื่อนต่างชาติ ต่างภาษา ลาก่อนตึกกระทะ ที่ทำให้ฉันนึกถึงคนตั้งชื่อ ลาก่อนโรงอาหารทั้งหลาย ที่ทำให้ฉันอิ่มและอร่อย ลาก่อนสนามกีฬา ที่ทำให้ฉันได้หัวเราะและเบิกบานใจ ลาก่อนตลาดนัด ที่ทำให้ฉันสัมผัสของมือสอง ลาก่อนดอกแก้ว ที่ทำฉันชอบดอกไม้ไทย ลาก่อนถนนทุกสาย ที่ทำให้ฉันได้ขี่จักรยาน ลาก่อนสระแก้ว ที่ทำให้ฉันรู้จักความสวยงามและเยือกเย็น ลาก่อนเวอร์ริเดียน ที่ทำให้ฉันรู้จักเฉดของสีเขียว ลาก่อน Santa Lucia ที่ต่อไปฉันคงร้องคนเดียวเพื่อนึกถึงอาจารย์ศิลป์ พีระศรี ลาก่อนหอสมุดฯ ที่ทำให้ฉันรู้จักคำว่าบริการยี่สิบสี่ชั่วโมง ลาก่อนศิลปากร ที่ฟูมฟักฉัน จนมีวันนี้
รู้สึกอบอุ่นทุกครั้งที่ได้ยินคำว่า "ศิลปากร"
9月26日 zombieก็ไม่ปานณ เพลานี้ ความยุ่งยากได้เข้ามาสิงสู่
ประหนึ่งว่าจะให้ช้านเป็นจอมยุทธมีสิบมือ สิบหน้า สิบแขน สืบขา ยิ่งกว่าทศกัณฑ์เลยเหอะ
การจัดการกับหลายสิ่งเวลาเดียวกันนี่ มันก็ยากแสนยาก
มีมั้ยบัตรเติมเวลาให้ชีวิตอ่ะ อยากทำอะไรได้มากๆกว่านี้
หลายคนมาทักว่าช่วงนี้ทำไมดู สวยๆ
ถามในใจว่า " เมิงพูดจริง พูดเล่นเนี่ย"
ไม่มีใครรู้ว่ามานิตานอนกี่โมง
ไม่มีใครรู้ว่ามานิตาทำอะไรเวลาคนอื่นเค้าตื่นกัน
มานิตาเลยต้องพยายามทำหน้าสวย ด้วยการ make up แอนด์ โบ๊ะ โบ๊ะ โบ๊ะ กลบหน้าโทรมๆของเรา
แต่ก็รู้สึกดี ที่รู้สึกว่าสวย ฮ่า ๆๆๆ
8月7日 ฝัน ฝันฝัน
จำกันได้มั้ยว่าความฝันเราเป็นภาพสีอะไรหลังจากที่เราลืมตาตื่น ปิ่นเคยรู้มาว่า ความฝันของเราเป็นภาพสีขาวดำ หรือไม่ก็ถูกเส้นบางๆกั้นอยู่ระหว่างที่เรานึกคิด จนราวกับว่ามันผ่านมานานแล้วจนเราไม่สามารถนึกออก
แต่คืนหนึ่ง ทำให้ปิ่นมั่นใจว่า ความฝันของเรามีภาพเป็นสีด้วยล่ะ
…กลางป่าดิบชื้นราวจะเป็นฤดูใบไม้ผลิ สีสันของต้นไม้ใบหญ้า เป็นสีส้มและเขียวอ่อน ภาพสีนวลๆ จู่ๆก็ปรากฏอยู่ตรงหน้าฉัน แล้วฉันก็ได้พบกับเด็กผู้หญิงคนหนึ่ง ภาพของเธอเป็นภาพที่ดูจางๆ สวมเสื้อผ้าสีสดใส คล้ายๆชุดฮันบกของเกาหลี หน้าตาน่ารัก เธอพยายามสื่อสารอะไรกับฉันบางอย่าง ซึ่งฉันทำท่ากล้าๆกลัวๆและไม่เข้าใจเธอ จนรู้สึกได้ว่าเธอหมดหวังในทีท่าของฉัน และกำลังจะเดินจากไป ทันใดนั้นฉันก็นึกคำทักทายภาษาที่คิดว่าเธอจะเข้าใจ “อันยองอันซาโย” ฉันพูดทักขึ้นมา เพราะเป็นประโยคเดียวที่ฉันนึกออก แล้วเธอก็หันกลับมาด้วยสีหน้าที่ยิ้มนัยหน้า เราได้กลายเป็นเพื่อนกัน เธอเล่าเรื่องราวอดีตของเธอให้ฉันได้รับรู้ ฉันพาเธอไปพบกับคนที่เธอรัก ในบ้านที่เคยเป็นบ้านของเธอ โดยที่มีฉันเพียงคนเดียวที่สามารถมองเห็นเธอ และสื่อสารกับเธอได้ ฉันจึงกลายเป็นคนกลางระหว่างโลกของเธอกับโลกของเรา เธอได้บอกเล่าเรื่องราวให้คนในครอบครัวของเธอรับรู้ ว่าชีวิตเธอเป็นอย่างไร หลังจากที่เธอไม่มีวันได้กลับมาที่บ้านหลังนั้นอีกแล้ว
เรื่องราวในฝันที่ฉันได้เจอในคืนนั้น แม้จะเป็นเรื่องราวที่พิสูจน์ไม่ได้ ว่าทำไมฉันถึงฝันแบบนี้ แต่อย่างน้อยเรื่องเล่าจากความฝัน ที่ฝังใจมาจนถึงขณะที่ฉันตื่น ทำให้ฉันรู้สึกสบายใจราวกับได้ช่วยเหลือคนคนหนึ่งให้มีความสุข .....
เป็นเรื่องที่แปลกมากที่ฉันได้ฝันออกมาอย่างเป็นเรื่องเป็นราว และคิดว่าความฝันในคืนนั้น เป็นฝันที่สวยที่สุดเท่าที่ความทรงจำของฉันได้บันทึกไว้ ที่น่าสนใจที่สุดคือ สีของความฝันเป็นสีสันที่ชวนให้ฝันอีก
จริงๆนะ
“ฉันไม่ใช่คนช่างฝัน ไม่ได้อินกับนิยายรัก แล้วให้ตัวเองเข้าไปอยู่ในนั้น แต่ความฝันก็คือความฝัน ภาพที่เห็นนั้นมันก็อยู่ในฝันต่อไป” 7月8日 ตอน:เด็กแว๊นพลาดท่าหลังจากที่พักน่องจากการปั่นจักรยานไปเรียนที่มหา'ลัยได้ เกือบสามปี
ป๊ะป๋าประธานรถมอไซด์ที่บ้านมาไว้ให้มาขับเฉิดฉายในเมืองนครปฐม
ไปนู่น ไปนี่ กับเพื่อนๆอย่างเปรมปรีดิ์ แต่แล้ว.......
เด็กแว๊นๆ อย่างช้านก็พลาดดดดดด
สถานที่ : On the way
วันที่ ๘ กรกฎาคม ๒๐๐๗ ปีการศึกษาต้น ของชีวิตนักศึกษาปี ๔
ด้วยความที่ตื่นกันเช้าๆ เพื่อจะไปเรียนวิชา sport science แต่อาจารย์งดclassค่า
อิปิ่นอยากไปกินข้าวเช้าที่ที่มันไกลๆรัศมี หน้ามหาลัย และห่างไกลหอพัก
เลยชวนเนเน่เพื่อนสาวข้างห้องไปแอ่วแถวองค์พระปฐมฯ กัน
เล็งร้านติ่มซำไว้ หมูเฮาจะเข้าไปเจี๊ยะในร้านโชคดีติ่มซำ
โอ้ว อาหารเหลาๆซูสีไทเฮาอย่างเราๆจะตามไปกิน ^^
และแล้วก็ขับอ้อมทางสี่แยกซักนิดหนึ่ง เพื่อความปลอดภัยในการขับขี่(เพราะการขี่รถย้อนศร มันอันตราย !!!)
แล้วก็ปลอดภัยจริงๆ เพราะมีตำรวจโบกรถให้ ขับมาประกบเล๊ย โบกๆๆๆ
โบกให้กุจอด โอ้วจ๊อด!!! กุว่าแล้วตำรวจดักซุ่ม สังหรในดวงจิต เปรยๆไว้ตั้งแต่ออกสตาร์ทมาแล้ว
"จะเจอตำรวจป่าววะ" แหม อายุยืนจริงๆ ถามหาปุ๊บ ก็ได้เจอสมใจ (สมมัน!!)
โถ่ เอ๊ย อีกไม่กี่ร้อยเมตร ก็จะเจอร้านโชคดีติ่มซำ แล้ว ดันมาโชคร้าย เจอตำรวจเรียกเสียค่าปรับ
ข้อหาไม่สวมหมวกกันน็อค กับ พรบ.บูด(พรบ.หมดอายุ) ใบขับขี่ก็ไม่ได้เอามาอีก
เลยต้องไปแวะโรงพัก ทั้งๆที่ร้านติ่มซำห่างแค่เพียงเอื้อมมือ
แหมะ !! อยู่มาจนเข้าปีที่ ๔ แล้วเพิ่งจะมาพลาดท่าเสียค่าปรับสินไหมให้แก่เจ้าหน้าที่ตำรวจ ฮ่วย !!
สถานที่: Police Station of Nakorn Pathom ฮึๆ
นั่งลง ณ จุดเสียค่าปรับ ทำตามขั้นตอนของผู้พิทักษ์สันติราษฎร์อย่างไม่ขัดขืน
ไม่งั้นเดี๋ยวจะโดนอีกข้อหา คือ หลบหนีคดี
ฮู้วววว โดนปรับไป ๒๐๐ บาท ต่อรองแล้ว ก็ไม่ยอมลดให้
แถมมาถามอีกว่า รับสอนพิเศษภาษาอังกฤษเด็กๆมั้ย
เค้าคงเห็นว่าอยู่คณะอักษร เลยถามดู เผื่อจะเจอผู้ต้องหาที่มีความสามารถทางภาษาอังกฤษไปสอนพิเศษให้ลูก
อ๊ะ จับผิดคนแล้วค่า หนูโง่อังกฤษอย่างรุนนี ลืมหมดแล้วแหละ (กรูคิดในใจ)
เสียค่าปรับแล้ว เซ็นต์ชื่อแล้ว จะรอช้าอยู่ไย โชคดีติ่มซำที่เล็งไว้ กำลังรออยู่
กุจะไปแด๊กติ่มซำ
นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า
ชื่อร้านคือ โชคดีติ่มซำนี่หว่า ไม่ได้ชื่อ โชคดีหมวกกันน็อค
มันเลยกันตำรวจจับไม่ได้ เลยต้องยอมจำนน ทำตามกฎหมาย
ปล. ติ่มซำอร่อยดี
New Release Song !!!
Title :มาร์ชพิทักษ์สันติราษฎร์
เกียรติตำรวจของไทย เกียรติวินัยกล้าหาญมั่นคง ต่างซื่อตรงตราพิทักษ์สันติราษฎรนั้น ถึงตัวจะตายก็ช่างมัน มิเคยคำนงถึงชีวัน เข้าประจันเหล่าร้ายเพื่อประชา ไม่ยอมเป็นมิตร ผู้ผิดกฎหมาย ปราบโจรผู้ร้าย กล้าตายเรื่อยมา เนื้อของเราเราเชือด พร้อมทั้งเลือดเราพลี เอาชีวีของเราเข้าแลกมา เพื่อประชาดำรงสุขสถาพรไป เกิดมาแล้วต้องตาย ชาติชายเอาไว้ลายตำรวจไทย ช่วยประชาไม่ว่าหนไหน เป็นมิตรด้วยควรจิตสดใส เราอยู่ที่ไหนประชาอุ่นใจทั่วกัน ปราบภัยและผองพาลให้เข็ดขาม เราปราบปรามเสริมความสุขสันต์ เหล็กที่แกร่งกล้านั้น เราฝึกกายาทุกวัน แข็งกว่าเหล็กนั้น ตำรวจไทย ![]()
|
||||||||||
|
|